ขับรถมือสองอย่างไรไม่ให้เสี่ยงต่อการปวดหลัง

จากการศึกษาในผู้ที่มักมีปัญหาอาการปวดหลัง พบว่าการขับรถมือสองเป็นระยะเวลานานในการเดินทางไปในที่ไกล ๆ โดยเฉพาะคุณผู้ชายยิ่งถ้าขับรถเป็นระยะเวลานานขึ้นจะมีอาการปวดหลังมากขึ้น หรือผู้ที่ต้องขับรถมือสองนานกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน ที่อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้บ่อยในพนักงานชายหรือผู้ที่ต้องใช้รถอยู่บนถนนตลอดเวลา เชื่อว่าอาการปวดหลังจากการนั่งขับรถมือสองเป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมา

ท่าทางในการขับรถมือสองกับความเสี่ยงของอาการปวด เพราะการนั่งขับรถมือสองนานเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ แม้ว่าจะนั่งให้ถูกท่าทางอย่างไรก็ตาม เพราะส่วนโค้งของหลังส่วนเอวจะโค้งกลับทิศขณะนั่ง อย่าลืมว่าส่วนใหญ่แล้วการขับรถจะเป็นเหมือนการบังคับให้ผู้ขับขี่รถมือสองให้ความสนใจและมีสมาธิโดยหลายคนมักไม่สนใจที่จะเปลี่ยนท่าทาง หรือทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่างๆ อยู่ในท่าเดิมนานจนเกิดปัญหาต่าง ๆ ของอาการปวดข้อ กล้ามเนื้อ รวมทั้งเส้นประสาทจากการทรงท่าที่อยู่นิ่งนานเกินไป หากถามว่าการนั่งขับรถมือสองต่างกับการนั่งเก้าอี้ธรรมดาอย่างไร หากคุณขับรถมือสองแบบทางเรียบนั่งอยู่นิ่ง ๆ อาจทำให้ดูไม่แตกต่างจากการนั่งเก้าอี้ธรรมดา ซึ่งมันไม่ใช่ง..เพราะรถจะมีการเคลื่อนที่อีกทั้งมีแรงกระทำต่อร่างกายในหลายทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นความเร่งจากการเคลื่อนที่ ความเฉื่อยจากการลดความเร็ว หรือแรงเหวี่ยงจากการเลี้ยว และแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์รวมทั้งความขรุขระของถนนที่ผู้ขับรถมือสองจะต้องเผชิญ และในขณะขับรถจำเป็นต้องใช้เท้าเพื่อบังคับรถ ซึ่งในการใช้ขาเพื่อช่วยทรงท่าจะให้ดูเหมือนเป็นการนั่งเก้าอี้ธรรมดาจึงเป็นไปได้ยาก และในขณะขับรถก็อาจคล้ายกับการนั่งเก้าอี้ที่สูงบางคนเท้าไม่ถึงพื้นจะรู้สึกว่าทรงตัวได้ยาก ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานตลอดเวลาและมีอาการปวดหลังได้ง่ายกว่าการนั่งแบบ เท้าถึงพื้นนั่นเอง

ทำอย่างไรจึงขับรถมือสองอย่างปลอดภัยและไม่ปวดหลัง วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือต้องปรับที่นั่งของรถมือสองให้เข้ากับตัวผู้ขับขี่ แต่การปรับอย่าลืมว่าจะต้องคำนึงถึงการมองเห็นของผู้ขับด้วย ไม่ใช่ที่นั่งถูกหลักแต่การมองเห็นไม่ดีก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งในการปรับที่นั่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มปรับที่นั่งและพวงมาลัยปรับพนักพิงปรับส่วนรองรับหลังหรือแม้แต่การดันที่นั่งซึ่งเรามีวิธีการปรับที่นั่งให้เข้ากับผู้ที่ขับรถมือสองมาฝากกัน

7 ขั้นตอนการปรับที่นั่งให้เข้ากับตัวผู้ขับขี่
1.ยกที่นั่งขึ้นจนมองเห็นได้รอบ ซึ่งการปรับที่นั่งของรถมือสองไม่ควรสูงเกินไปจนศีรษะชิดกับหลังคารถด้านใน โดยจะต้องแน่ใจว่ามองเห็นได้อย่างเต็มที่

2.ให้เลื่อนเก้านั่งอี้มาอยู่ตรงบริเวณด้านหน้า เพื่อให้เท้าของผู้ขับรถสามารถเหยียบเบรก หรือคันเร่ง และควบคุมคลัตช์ ได้อย่างสะดวก โดยอาจปรับความสูงของที่นั่งเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้เท้าในการควบคุมทุกอย่างให้ดีขึ้น

3.ทำการปรับความลาดเอียงของที่นั่งจนต้นขาสัมผัสกับที่นั่งทั้งหมด แต่จะต้องระวังไม่ให้มีแรงกดที่ด้านหลังของเข่ามากไป

4.ปรับพนักพิงให้พิงได้จนถึงระดับไหล่โดยไม่ควรเอนเก้าอี้ไปทางด้านหลังมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้การมองเห็นจะมีปัญหาหากเอนหลังไปพิงพนักแบบสบายมากเกินไป ผู้ขับขี่รถมือสองส่วนใหญ่มักจะอยู่ในท่าก้มคอเพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น

5.ค่อย ๆ ปรับส่วนรองรับโค้งของหลังให้รู้สึกว่ามีแรงกดเท่ากันตลอดของหลังส่วนล่าง ซึ่งหากไม่มีส่วนนี้อาจใช้หมอนเล็กหนุนหลังส่วนล่างแทนได้

6.ปรับพวงมาลัยของรถมือสองให้เข้ามาใกล้ตัวและดันลงให้อยู่ในระยะที่จับได้สะดวก และจะต้องมีช่องว่างให้ยกขาท่อนบนได้บ้างขณะใช้เท้าบังคับรถ และขณะลุกออกจากที่นั่ง โดยตรวจดูว่าพวงมาลัยไม่บังหน้าปัด

7.ปรับพนักพิงศีรษะให้สูงเท่าระดับศีรษะ ซึ่งพนักพิงศีรษะมีจุดประสงค์หลักเพื่อไม่ให้คอสะบัดอย่างรุนแรง ขณะเกิดอุบัติเหตุ

หากรถมือสองของคุณไม่สามารถทำการปรับได้ อย่างน้อยควรหาหมอนมาหนุนหลังส่วนล่าง เพื่อป้องกันอาการปวดหลัง ที่สำคัญควรพักทุก 2 ชั่วโมง โดยการจอดรถมือสองเพื่อลุกออกจากที่นั่งมาทำการบริหารร่างกายด้วยการยืนแอ่นหลัง 10 วินาที 2-3 ครั้ง และเดินไปมาประมาณ 5 นาที หากมีความจำเป็นต้องอยู่ในที่นั่งเกิน 2 ชั่วโมง พยายามแอ่นหลังบ่อยๆ ในขณะนั่งขับรถมือสอง ซึ่งการขับรถเป็นการใช้พลังงานน้อยมากหากเทียบกับงานอื่นๆ เพื่อเป็นการป้องกันอาการปวดหลังที่อาจจะเกิดสำหรับผู้ที่ต้องขับรถมือสองเป็นเวลานาน ๆ จึงควรออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่งอย่างต่อเนื่องโดยทำให้เหนื่อยปานกลาง อย่างน้อย 20 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็จะช่วยทำให้เกิดอาการปวดหลังลดลง

Admin 7/8/2017 12:46:00 AM
Tags : #รถมือสอง